บัวผัด ผ้าทอธรรมชาติรูปแบบใหม่

ผ้าไทยที่มีการทักทอมายาวนานและมีการพัฒนาอย่างมากในปัจจุบันซึ่งได้มีการดีไซน์ผ้าในรูปแบบใหม่ถึงมา ซึ่งทางบริษัท บัวผัดแฟคทอรี่ จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการคิดค้นผ้าทอในรูปแบบใหม่ขึ้นซึ่งเป็นการนำเอาภูมิปัญญาของล้านนามาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันตามกระแสโลกในปัจจุบันโดยการนำเอาวัสดุธรรมชาติไม่ก่อเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วย รวมไปถึงการรักษาผ้าทอภาคเหนือไว้ไม่ให้เลือนหายไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว sbobet

ซึ่งการคิดค้นนี้มาจากคุณ วิไล ไพจิตรกาญจนกุล หัวเรือใหญ่ของธุรกิจที่ทำมายาวนาวกว่า 25 ปีแล้ว ซึ่งริเริ่มจากการที่ผู้เป็นพ่อนั้นเป็นครูสอนทอผ้าใน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตัวเธอเองก็คลุกคลีอยู่กับการทอผ้าและผ้าไหมมาตั้งแต่ยังเด็กและเริ่มทำธุรกิจเป็นของตนเองและเปิดโรงงานเมื่อปี พ.ศ. 2530 และได้นำผ้าไหมมาต่อยอดเป็นสินค้าในรูปแบบใหม่และมีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครและสามารถส่งออกตลาดต่างประเทศได้

จากการคิดค้นผ้าไหมนี้ทำหัวเรือใหญ่ของธุรกิจนี้ได้กล่าวว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างมากและผ้าทอดั้งเดิมก็เริ่มหายไป จนทำให้เธอคิดจะพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้นโดยพัฒนาเรื่อยๆมา โดยมีการทำเป็น หมอน พรม และของตกแต่งบ้านต่างๆที่มีลวดลายและสีสันสวยงามและเป็นธรรมชาติโดยยึดตามหลักภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้และวัสดุก็มาจากธรรมชาติทั้งสิ้นสะท้อนให้เห็นความเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคเหนือได้อย่างแท้จริง

จากการสร้างสรรค์จากผ้าทอดั้งเดิมกลายเป็นผ้าทอแบบผสมที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมไว้ ทำให้ผลงานและสินค้าของเธอได้รับรางวัลด้านการดีไซน์ทั้งในและต่างประเทศและความชื่นชอบของลูกต่างชาติด้วยซึ่งรางวัลสินค้านี้ก็ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งสีย้อมผ้าก็ไม่เป็นสารก่อมะเร็ง รวมไปถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งกรผลิตนี้มีการส่งออกไปยังต่างประเทศส่วนใหญ่และกลุ่มโรงแรม รีสอร์ต รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาซื้อสินค้าด้วย ซึ่งแอดมิน sbobet คิดว่าการผลิตที่เน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพนั้นควรค่าแก่การซื้อมาและรูปแบบนั้นก็ยังคงผ้าทอที่มีมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่าของเราไม่ให้หาไปตามยุคสมัย

 

 

ดีไซน์ผ้าไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์

ต้องยอมรับเลยว่างานดีไซน์ในปัจจุบันนี้ก้าวหน้าไปมากเลยนะคะ วงการแฟชั่นดีไซน์ก็พัฒนาไปมากด้วยเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันดีไซน์เนอร์ชื่อดังหลายท่านได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผ้าไทย มีการนำเอาผ้าไทยมาตัดเย็บเป็นชุดสวยๆ มากมาย แต่ผ้าไทยก็ยังสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกด้วยนะ จากการที่นักออกแบบได้เห็นถึงคุณค่าและความสวยงามของผ้าไทย จึงได้มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าไทย เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าไทยที่เคยเห็น ได้แก่ ชุดผ้าไหมของไทย กระเป๋าผ้าไทยดีไซน์เก๋ กางเกงผ้าไทย พวงกุญแจผ้าไทย ชุดผ้าไทยสไตล์สโบเบท กล่องใส่ของที่ทำจากผ้าไทย หมอนอิงผ้าไทย กล่องใส่กระดาษทิชชู่ ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋าใส่เศษเหรียญ โคมไฟ ตุ๊กตาผ้าไทย หรือแม้แต่รองเท้าก็ยังมีการออกแบบโดยนำผ้าไทยมาประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบด้วยเช่นกัน ซึ่งในการออกแบบโดยนำเอาผ้าไทยมาเป็นวัสดุ ถือว่าเป็นการนำเอาคุณค่าของมรดกไทยมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะผ้าไทยมีความสวยงามด้วยตัวของมันเอง มีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม บางคนอาจจะบ้าแบรนด์บ้ายี่ห้อ นิยมซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ดังๆ ของเมืองนอกราคาแพง หรือนิยมซื้อกระเป๋าแบรนด์ดัง ค่านิยมของคนไทยถูกหล่อหลอมให้ชื่นชอบของนอกมากกว่าของไทยเรา ในความเป็นจริงแล้วผ้าของไทยหรือสิ่งต่างๆ ของไทยเราก็สวยงามไม่แพ้กับของต่างชาติ ด้วยความสวยงามและมีเสน่ห์ของผ้าไทยจึงทำให้ชาวต่างชาติมองเห็นคุณค่า และนำเอาผ้าไทยมาผลิตเป็นเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ แบรนด์ดังที่บอกชื่อจะต้องร้องอ๋อ….อย่างแน่นอน มีชื่อว่า “จิม ทอมป์สัน Jim Thomson”โดย เจมส์ แฮร์ริสัน วิลสัน ทอมป์สัน (James Harrison Wilson Thompson) เขาก่อตั้งบริษัท จิม ทอมป์สันขึ้น และมีชื่อเสียงจากการทำธุรกิจผ้าไหมในประเทศไทยจิมได้เห็นคุณภาพของผ้าไหมทอมือแล้วรู้สึกตื่นเต้นและสนใจอย่างมาก จึงได้ศึกษาวิธีการผลิตผ้าไหม จนกระทั่งได้ผลผลิตอันทรงคุณค่าจนถึงปัจจุบันนี้

จากการที่ชาวต่างชาติอย่าง จิม ทอมป์สัน ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าของผ้าไทย จนทำให้เขาสร้างผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและขายดีจนถึงทุกวันนี้ ทำให้เรากลุ่มสโบเบทตระหนักได้ว่า คนไทยควรมองเห็นความสำคัญ มองเห็นคุณค่าที่ควรรักษาและอนุรักษ์เอาไว้ อย่าให้มีเพียงแค่ชาวต่างชาติที่มองเห็นคุณค่าของความสวยงามจากผ้าไทยนี้ โดยที่คนไทยอย่างพวกเราไม่สนใจเลย มัวแต่ไปสนใจของนอก ดังนั้นพวกเราชาวไทยขอให้ช่วยกันส่งเสริมความคิดและหันกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ของไทยกันดีกว่านะคะ

สวมใส่ชุดผ้าไหมไทยอย่างภาคภูมิใจ

“ผ้าไหมไทย” เป็นผ้าที่มีความสวยงาม แวววาวมันเงา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเมื่อก่อนคนไทยไม่นิยมสวมใส่ชุดผ้าไหมกันเท่าไหร่นัก เพราะส่วนใหญ่จะนึกถึงชุดไทยแบบโบราณ จะใส่เฉพาะงานพิธีสำคัญๆ เท่านั้น แต่ในปัจจุบันผ้าไหมไทยถูกนำมาออกแบบประยุกต์ให้เป็นชุดที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น ทำให้คนไทยสวมใส่ชุดผ้าไหมไทยได้อย่างภาคภูมิใจ

ชุดผ้าไหมไทย

ปัจจุบันดีไซเนอร์ชื่อดังทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมนำผ้าไหมทั้งผ้าพื้น และผ้ามัดหมี่ไปตัดเย็บเป็นชุดเพื่อจัดแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นผ้าไหมให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งผ้าไหม 2 เส้น จะนิยมนำมาตัดเย็บเป็นชุดสำหรับสุภาพสตรี ส่วนผ้าไหม 4 เส้น จะนำมาตัดเป็นเสื้อพระราชทานหรือชุดสูทสำหรับสุภาพบุรุษ โดยใช้ลักษณะการออกแบบที่ผสมผสานเอาความงามของผ้าไหมไทยกับการตัดเย็บในรูปแบบสากล สร้างสรรค์ชุดผ้าไหมให้เป็นชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย ที่จะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ให้ดูสวยงามไม่ล้าสมัย เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัยและสามารถใช้ได้ในทุกโอกาสแทงบอลสำหรับการออกแบบชุดที่ทำจากผ้าไหม ดีไซน์เนอร์จะต้องรู้จักลวดลายและโทนสีของผ้าไหมไทยเสียก่อน จะได้นำลักษณะเด่นของลายผ้ามาใช้ในการออกแบบชุดนั้นๆ ได้ ซึ่งลวดลายและโทนสีผ้าไหมไทยมีดังนี้

1. ผ้าขาวม้า ลายของผ้าขาวม้านิยมทอเป็นลายตารางหมากรุก สีที่นิยม คือ สีแดง เขียว ขาว และดำ

2. ผ้าสไบ นิยมทอเป็นสีพื้น และลายเหมือนผ้าขาวม้า

3. ผ้าโสร่ง นิยมทอเป็นลายตารางหมากรุกขนาดใหญ่ สีที่นิยม คือ สีแดง และ สีเขียว

4. ผ้านุ่ง มีหลายชนิด ได้แก่

  • ผ้าพื้น เป็นผ้าที่ไม่มีลวดลายบนผืนผ้าเลย นิยมทอเป็นสีล้วนๆ เรียกว่าสีพื้น เช่น สีน้ำตาลทอง สีม่วง ขาว น้ำเงิน และเขียว
  • ผ้าโฮล เป็นผ้าที่มีลักษณะเป็นลายเส้น ลายจะเป็นนูน มีหลายสีในหนึ่งผืน สีที่นิยม คือ สีเขียว ดำ เหลือง แดง ฯลฯ
  • ผ้าโคน ลวดลายของผ้าจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ผสมกับลายอื่นๆ สีที่นิยมคือ สีน้ำตาลทอง ม่วง เขียว น้ำเงิน แดง ฯลฯ
  • ผ้ากระเนียว หรือหางกระรอก เป็นผ้าที่มีลายเส้นละเอียด สีที่นิยม คือ สีเขียว แดง เหลือง
  • ผ้าอันปรม มีลักษณะลวดลายคล้ายผ้าโฮล แต่จะมีเส้นคั่นในแนวตั้งชัดเจนกว่าผ้าโฮล ลายของผ้าเป็นลายเรียบไม่นูน
  • ผ้าสมอ เป็นผ้าที่มีลักษณะของลวดลายแทงบอลเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ สีที่นิยม คือ สีเขียว เหลือง และ แดง
  • ผ้าคั่น มีลักษณะคล้ายๆ ผ้าโฮล แต่จะมีเส้นคั่นในแนวตั้งชัดเจนกว่าผ้าโฮล สีที่นิยมคือ สีเขียว ดำ เหลือง และแดง

ผ้ามัดหมี่ ผ้าชนิดนี้เป็นผ้าที่นิยมนำมาตัดเป็นชุดผ้าไหม มีลักษณะของลายผ้าที่เกิดจากการนำเส้นไหมไปมัดด้วยเชือกฟาง หรือปอกล้วย แล้วนำไปย้อมสีเพื่อให้ได้ลวดลายตามที่ต้องการ เช่น ลายต้นสน ลายไก่ ลายนกยูง ลายแมงมุม ฯลฯ สีที่นิยม คือ สีตองอ่อน สีแดง น้ำเงิน เหลือง ม่วง

ผ้าทอภาคอีสาน

ผ้าไทย หัตถกรรมเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นผ้าทำมือที่มีความละเอียด สวยงาม ละเมียดมะไมที่สุดซึ่งผ้าไทยนี้เป็นผ้าทอด้วยมือที่มีมานับแต่สมัยโบราณแล้ว ผ้าไทยแบ่งเป็น ผ้าไทย 4 ภาคคือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ซึ่งแต่ละภาคมีการทอผ้าที่แตกต่างกันออกไปโดนส่วนมากแล้วจะทอด้วยมือทั้งสิ้น โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละท้องถิ่น ประวัติผ้าไทยไม่ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากนัก เนื่องจากมีการให้ความสำคัญในด้านอื่นๆ มากกว่า แต่เราพอจะสืบหาประวัติของผ้าไทยในสมัยก่อนได้บ้างจากวรรณคดี จิตรกรรมฝาผนัง และมรดกศิลปะที่คงเหลืออยู่ในบางท้องถิ่น ในบทความล่าสุดของเว็บไซต์ ผ้าไทย ทีม sbo จะรีวิวผ้าไทยภาคอีสานซึ่งเป็นผ้าทอด้วยมือหรือ ผ้าซิน ที่นิยมมากเช่นกัน

ผ้าทอ ภาคอีสาน ส่วนใหญ่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จึงนิยมทอผ้าไหม โดยใช้การมัดหมี่ให้เกิดลวดลาย มีฝีมือประณีต อย่างในก็ตาม ในภาคอีสาน มีกลุ่มชาติพันธุ์มากมาย นับว่ามีวัฒนธรรมผ้าที่หลากหลายมาก ชาวไทยภาคอีสานส่วนมากสืบเชื้อสายมาจากล้านช้างซึ่งมีเชื้อสายจาก ลาว การตั้งถิ่นฐานในบริเวณภาคอีสานของกลุ่มชนเผ่าไทเชื้อสายต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มไท-ลาว เป็นกลุ่มชนที่มีการผลิตผ้าพื้นบ้านของอีสานแพร่หลายที่สุด แต่ยังแยกเป็นกลุ่มย่อยตามวัฒนธรรมได้อีกหลายกลุ่ม เช่น ลาวกาว ลาวพวน ลาวโซ่ง ลาวคั่ง กลุ่มชนเหล่านี้มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน แต่วัฒนธรรมการทอผ้าและการใช้ผ้าอาจแตกต่างกันบ้าง กลุ่มชนเหล่านี้มีชาติพันธ์เดียวกันและมีถิ่นกำเนิดในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ตั้งแต่เขตเมืองสิงห์ทางตอนใต้ของแคว้นสิบสองปันนาในสาธารณรัฐประชาชนจีน ลงมาจนถึงแคว้นสิบสองจุไทหรือเดียนเบียนฟูในประเทศเวียดนาม ครอบคลุมลงมาถึบริเวณแคว้นตรันนินท์ของญวน ผ้าทอของอีสานส่วนมาก ไหมที่ได้เป็นไหมธรรมชาติและนำมาย้อมด้วยสีย้อมผ้าสีต่างๆ sbo

ไหมนั้นมาจาก การที่คนอีสานนิยมเลี้ยงตัวหม่อนไหมซึ่งเป็นหนอนชนิดหนึ่งซึ่งส่วนมากจะเลี้ยงในช่วงฤดูร้อนประมาณ 3 เดือนและเลี้ยงตัวไหมตั้งแต่เป็นตัวอ่อน นอกจากนั้นชาวอีสานยังปลูกต้นไหมเพื่อนำใบมาเลี้ยงตัวไหมให้เจริญเติบโตนั่นเอง เมื่อตัวไหมเติบโตเต็มที่จะเป็นดักแด้จะมีลักษณะคล้ายเส้นไหมสีเหลืองห่อหุ้มตัวไหมวางในระหว่างนั้นชาวบ้านก็จะนำตัวไหมมาต้มพร้อมอุปกรณ์เรียกว่า สาวไหม เพื่อที่จะนำเส้นไหมมาย้อมสีส่วนตัวดักแด้ก็นำมารับประทานเป็นอาหารและประกอบเป็นอาหารได้ด้วย ผ้าทอภาคอีสานมี 3 ชนิดคือ

1. ผ้าขิด เป็นผ้าทอลายชนิดหนึ่ง สร้างลวดลายโดยการเก็บขิดบนเส้นยืน เพื่อให้เกิดการยกและข่มบนผ้าเช่นเดียวกับการสาน แล้วเพิ่มด้ายพุ่งพิเศษเข้าไป ลายที่เกิดจะเป็นลายเรขาคณิตต่างๆ

2. ผ้าแพรวา ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมที่ทอเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้วยลายขิดแต่นิยมทอสลับสีคล้ายกับการจก มักทอลายใหญ่สลับกับลายเล็กๆ เป็นช่วงๆ ขวางหน้าผ้า นิยมนำมาทำเป็นผ้าห่มสไบของชาวภูไท

3. ผ้ามัดมี่ ผ้าที่ทอเป็นลวดลายโดยการมัดเส้นด้าย หรือเส้นไหม แล้วย้อมให้เป็นสีต่างๆ แล้วนำไปทอลวดลาย ตามความนิยมของแต่ละท้องถิ่น

วิจิตรบรรจง เรียงร้อย ถักทอ ลายผ้าไทย

ศิลปะลวดลายวิจิตรบรรจง ถักทอ เรียงร้อยเป็นลายผ้าไทย ดูสวยงามตระการตาซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะทำออกมาได้สวยงามขนาดนี้ โดยฝีมือของคนไทย ทีเด็ดเสน่ห์ของการทอผ้าไทยก็คือการทอมือโดยไม่ได้ใช้เครื่องจักร เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องยากกว่าจะได้ผ้าทอที่สวยงามขึ้นมาซักผืน เป็นผ้าทอลายไทยอันทรงคุณค่า เหมาะสมแก่การอนุรักษ์ไว้ และกว่าจะได้ลวดลายผ้าไทยมาแต่ละผืนต้องผ่านการคิด ลวดลายผ้าไทยจึงมีหลากหลายรูปแบบ ลายของผ้าทอจะสื่อความหมายถึงขนบธรรมเนียมศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย สะท้อนเรื่องราวของแต่ละยุคแต่ละท้องถิ่น ถ่ายทอดจินตนาการของผู้ถักทอออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ผ้าทอลายขิด

ผ้าทอลายขิด เป็นการทอผ้าที่สลับซับซ้อนกัน โดยใช้เส้นด้ายพุ่งและเส้นด้ายยืนทอสลับกันไปมาเกิดเป็นลวดลายวิจิตร ต้นกำเนิดของการทอผ้าลายขิดอยู่ในแถบภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี อุบลราชธานี มหาสารคาม บุรีรัมย์ หนองคาย เป็นต้น และแพร่หลายไปยังภาคต่างๆ อีกด้วย เช่น ภาคเหนือและภาคใต้ ผ้าลายขิดจะมีลวดลายแตกต่างกันตามแต่จินตนาการของผู้ถักทอ อาจมีลายรูปสัตว์ ลายต้นไม้ดอกไม้ ลายรูปทรงเลขาคณิต หรือลายผสม เรียกได้อีกอย่างวย่า ลายขัดแพรวา เช่น ลายช่อขันหมาก ลายนาคสี่เหลี่ยม เป็นต้น

  • ผ้ายก

ผ้ายก เป็นผ้าไหมที่ใช้กรรมวิธีทอยกลายในตัว ซึ่งจะใช้ดิ้นเงินดิ้นทองเป็นเส้นพุ่งในการทอ เมื่อออกมาเป็นผืนจะแลดูสวยงามเลอค่ายิ่งนัก ผ้ายกมักนิยมแพร่หลายกันทางภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ หรือจังหวัดลำพูน เป็นต้น และทางภาคใต้จะนิยมแพร่หลายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกกันโดยทั่วไปว่า ไหมพุมเรียง

  • ผ้าจก หรือ ผ้าซิ่นตีนจก

ผ้าจกหรือผ้าซิ่นตีนจก เป็นการทอผ้าโดยใช้เทคนิคการทอผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายแบบเส้นด้ายพุ่ง ขัดกับเส้นด้ายยืนที่ยกขึ้นด้วยไม้ปลายแหลมด้วยความรวดเร็ว มีขั้นตอนกรรมวิธีการทอผ้าที่สลับซับซ้อน เป็นการผสมด้วยกันระหว่างการปักกับการทอผ้าขิดและผ้ายก คุณสมบัติของผ้าชนิดนี้คือ ด้านหน้าจะมีผิวเรียบด้านหลังจะมีรอยต่อของเส้นพุ่ง นิยมนำผ้าจกมาทำเสื้อผ้า ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ย่าม หรือหมอน นิยมแพร่หลายแถบภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ สุโขทัย น่าน อุตรดิตถ์ ส่วนทางภาคกลางได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี และชัยนาท เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดผ้าชนิดอื่นๆ อีกเช่น ผ้าล้วงหรือผ้าลายน้ำไหล ผ้ามัดหมี่ ผ้าแพรวา ผ้าม่อฮ่อม ผ้าบาติคหรือผ้าปาเต๊ะผ้าเกาะยอ เป็นต้น

خرید vpn خرید کریو خريد vpn خرید کریو